ติดต่อสอบถาม ฝ่ายประเมินแบบและประเมินราคางานติดตั้ง โทร 081-6094662, 086-9590788 ฝ่ายขายและงานทั่วไป โทร 074-422815, 086-9550787

บริษัท หาดใหญ่โพลีแอนด์คอมโพสิต จำกัด

                     ผู้ผลิตและจำหน่าย แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต
                            แผ่นโพลีคาร์บอเนต แผ่นพลาสวูด
    แผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ด แผ่นพลาสติกอะครีลิค เครื่องมือ/อุปกรณ์ติดตั้ง
                    รับติดตั้ง แผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิต ทั่วประเทศ
ฝ่ายประเมินแบบและประเมินราคางานติดตั้ง :
081-6094662, 086-9590788  
ฝ่ายขาย/ทั่วไป : 074-422815, 086-9550787  
E-mail : hy1.sale@gmail.com  
polyhpc@gmail.com  


 

  Facebook
  Google+
สินค้า/บริการ
  แคลเซียมซิลิเกตบอร์ด

แผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ด

แผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ด "ออสเตอร์" ไม่มีส่วนผสมของใยหิน เหมาะสำหรับงานฝ้าและผนังทั้งภายในและภายนอก มีคุณสมบัติกันชื้น ไม่ติดไฟ และไม่เสียรูปเมื่อโดนความชื้น ผิวหน้าเรียบสามารถทาสีทับได้ง่าย

CALCIUM SILICATE BOARD APPLICATIONS

การใช้งาน สามารถตัดได้ด้วยเลื่อยไฟฟ้า
การเจาะ เจาะได้ด้วยสว่านความเร็วสูง โดยเว้นระยะรูเจาะจากขอบแผ่่นไม่น้อยกว่า 12 มม.
การยึดติด ให้ใช้สว่านความเร็วสูงเจาะนำและยึดแผ่นด้วยสกรูเกลียวปล่อย แล้วอุดด้วยหัวกรูให้สวยงาม
รอยระหว่างแผ่น เว้นร่องประมาณ 4 มม. และเชื่อมรอยต่อโดยการอุดร่องด้วยสารเคมีที่มีความยืดหยุ่น
หรือ Joint Compound หรือโพลียูเรเทน
การตกแต่งผิว สามารุถใช้สีน้ำพลาสติกหรืออะคริลิกทาทับได้ หากใช้สีน้ำมันให้ใช้สีรองพื้นก่อน
 

ความแตกต่างของแผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ดเปรียบเทียบกับแผ่นไฟเบอร์ซิเมนต์

แผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ด และ แผ่นไฟเบอร์ซิเมนต์ หากดูด้วยสายตาแล้วมักไม่เห็นความแตกต่างเท่าใดนัก แต่ในทางกายภาพแล้วผลิตภัณฑ์ทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างมาก ทั้งในด้านของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต, ทฤษฎีในการผลิต, กระบวนการผลิต, ตลอดจนคุณสมบัติของสินค้าเมื่อผลิตเสร็จ

ความแตกต่างทางด้านวัตถุดิบ :

แผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ดผลิตจากแคลเซียม แร่เพอรไรท์ ไฟเบอร์คุุณภาพสูง ในขณะที่แผ่นไฟเบอร์ซิเมน์จะมีส่วนประกอบหลักคือ ซิเมนต์ ทราย และใยกระดาษ

ความแตกต่างทางด้านการผลิต :

วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตแผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ดจะต้องผ่านขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ และในระหว่างผลิต เมื่อแผ่นได้รับการขึ้นรูปแล้วยังต้องนำไปผ่านเตาอบประมาณ 8 ชั่วโมง และผ่านขั้นตอน Auto caved ประมาณ 10-18 ชั่วโมง เพื่อให้ปฏิกิริยาเคมีของวัตถุดิบทำงานเต็มที่ ทำให้เราได้แผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ดที่มีความเสถียรต่อสภาพแวดล้อม (Dimension Stability) ในการใช้งานกล่าวคือแผ่นจะไม่มีการขยาย ยืด หด บวม แตกหัก ให้เห็นภายใต้การใช้งานที่เหมาะสม ในขณะที่ไม่ต้องมีการเตรียมวัตถุดิบใดๆ ในการผลิตแผ่นไฟเบอร์ซิเมนต์ และเมื่อผลิตเสร็จก็เพียงนำไปอบแห้งประมาณ 8 ชั่วโมงหรือนำไปตากให้แห้งประมาณ 24 ชั่วโมงก็สามารถนำออกจำหน่ายได้แล้ว

ความแตกต่างทางด้านทฤษฎีในการผลิต :

แผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ดมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งอันเกิดจากปฏิกิริยาเคมีของวัสดุที่ไม่แปรงสภาพเป็นเจลหรือวุ้นเมื่อโดนน้ำและความชื้น แต่แผ่นไฟเบอร์ซิเมนต์ทำให้ใยของวัสดุอ่อนนุ่มลง และใช้ซิเมนต์ผสมทรายเป็นตัวประสานวัสดุ ดังนั้นความแข็งแกร่งทนทานของแผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ดจึงมากกว่าแม้ความหนาแน่นของแผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ดและไฟเบอร์ซิเมนต์จะเท่ากัน

ความแตกต่างทางด้านคุณสมบัติทางกายภาพ :

วัตถุดิบในการผลิตแผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ดนั้นเป็นวัตถุดิบที่มีการปรับสภาพคุณสมบัติให้มีความคงที่แล้ว ก่อนที่จะนำมาเข้าสู่กระบวนการผลิต ดังนั้นเมื่อนำแผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ดไปติดตั้งในสภาพการใช้งานจริงจะสามารถทนทานต่ออุณหภูมิ และความชื้น ตลอดจนสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้มากกว่า นอกจากนี้แผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ดยังมีคุณสมบัติพิเศษนอกเหนือจากปกติคือมีค่านำความร้อนต่ำ และมีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันไฟ ในขณะที่แผ่นไฟเบอร์ซิเมนต์มีการผลิตที่รวดเร็ว,ประหยัด จึงทำให้มีราคาถูก แต่มีคุณสมบัติทางกายภาพที่ด้อยลง เช่น ความแข็งแกร่ง ความเปราะ การเปลี่ยนแปลงของขนาดมีมากเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิหรือความชื้น การนำความร้อนสูงกว่าแผ่นแคลเซียมซิลิเกต และมักไม่นิยมนำมาใช้เป็นฉนวนกันไฟเนื่องจากเมื่อได้รับความร้อนนานในระดับหนึ่งแผ่นจะเปราะและเสียสภาพ

สรุป

จะเห็นได้ชัดว่าด้วยกรรมวิธีการผลิต, วัตถุดิบที่นำมาใช้ในการผลิต แผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ดนั้นมีต้นทุนที่สูงกว่าแผ่นไฟเบอร์ ซิเมนต์ จึงทำให้แผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ดมีคุณสมบัติที่โดดเด่นกว่าทั้งในระยะสั้น และระยะยาว แผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ดจึงได้รับความนิยมใช้อย่างแพร่หลายในประเทศแถบยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยในแถบเอเชียเองแผ่นแคลเซียมซิลิเกตบอร์ดเองก็ได้รับการยอมรับมากขึ้นในประเทศที่มีการพัฒนาในการก่อสร้างสูงแล้ว

ลักษณะการใช้งาน
ความหนาที่เหมาะสม
การติดตั้ง

ฝ้าเพดาน

ผนังกั้นห้อง

ผนังกั้นห้องกันไฟ

ผนังโครงสร้างประตูกันไฟ

ผนังโครงสร้างที่มีวัสดุปิดผิว

บริเวณเปียกชื้น

ผนังภายใน

ผนังภายนอก

เชิงชาย/แผ่นรองใต้หลังคา

6 mm

6 mm ขึ้นไป

9 mm ขึ้นไป

6 mm

6 mm ขึ้นไป

6 mm ขึ้นไป

6 mm ขึ้นไป

9 mm ขึ้นไป

6-12 mm

สามารถตัดขนาดได้ด้วยเลื่ยมือ , เลื่อไฟฟ้า , เลื่อยวงเดือน

หรือเจาะได้ด้วยสวานความเร็วสูง โดยใช้

ดอกสว่านหัวประมาณ 2 mm เจาะนำ และใช้

สกรูเกลียวปล่อยขันพร้อมทั้งอุดรอยสกรูให้สวยงาม

ส่วนร่องระหว่างแผ่นให้เว้นประมาณ 4 mm และอุดรอย

ด้วยสาร ที่มีความยืดหยุ่น และฉาบเรียบเพื่อปิดรอยต่อ

หลังจากนั้นสามารถ ใช้สีน้ำพลาสติก หรือสีอะคิลิค

ทาทับได้ แต่หากต้องการมช้สีน้ำมัน ให้ใช้สีรองพื้นทา

ปิดผิวให้เรียบร้อยก่อน

คุณสมบัติพิเศษ

  1. ไม่มีส่วนประกอบของสารใยหิน(100% Asbestos Free) จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  2. เป็นวัสดุไม่ติดไฟ
  3. ทนทานทุกสภาวะอากาศ สามารถใช้ได้ทั้งภายใน และภายนอกอาคาร หรือแม้แต่บริเวณที่มีความชื้นสูงๆ ได้เช่น ห้องน้ำ เป็นต้น
  4. ปลอดภัยจากเชื้อรา ปลวก มอด และแมลงอันตราย กับเนื้อไม้
  5. ผ่านกรรมวิธี (Autoclaved Process) หรือการอบความร้อนด้วยไอน้ำที่อุณหภูมิสูง ทำให้แผ่นมีความคงตัว จนแทบจะไม่มีการยืดหดตัวเลย แม้การใช้งานในที่ที่มีความชื้น และอุณหภูมิสูง
  6. มีความหนาแน่นสูงเพียงพอที่จะรับแรงกระแทกได้ดี
  7. มีน้ำหนักเบากว่างานก่ออิฐฉาบปูน ง่ายต่อารใช้งาน ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นๆ
  8. สามารถใช้เครื่องมือช่างทั่ว ๆ ไป เช่น ตะปู ริเวต น็อตเกลียวปล่อย ในการยึดแผ่นเข้ากับโครงคร่าว และสามารถใช้เลื่อยวงเดือนตัดได้เหมือนไม้จริง
  9. ไม่จำเป็นต้องเว้นร่องรอยต่อระหว่างแผ่น เมื่อใช้งานภายใน
  10. ใช้ได้กับโครงคร่าวทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโครงไม้จริง โครงซีไลน์ หรือโครงเหล็ก
  11. เนื่องจากผิวหน้ามีความเป็นด่างน้อย จึงสามารถทาสีหรือพ่นสีทับได้ง่ายมาก
  12. สามารถกรุผิวหน้าด้วยวัสดุอื่นๆ ได้เช่น วอลล์เปเปอร์ แผ่นลามิเนต กระเบื้องเซรามิก เป็นต้น
  13. มีคุณสมบัติในการดูดซับเสียง
  14. Thermal Conductivity น้อยถ่ายเทความร้อนได้ดี และคายความร้อนได้รวดเร็ว
  15. มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันไฟ


Go to Top